Currently set to Index
Currently set to Follow

ทำไมจึงควรใช้ที่ปรึกษา

หลายบริษัทไม่เคยมีประสบการณ์การใช้บริษัทที่ปรึกษามาก่อน หรืออาจมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับบริษัทที่ปรึกษา เราพยายามที่จะให้ข้อมูลกับท่านอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยในการเลือกที่ปรึกษา และแนะนำข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม คำถามที่ถูกถามบ่อย

บริษัทที่ปรึกษา ต่างจากคู่สัญญาจ้างทั่วไปอย่างไร

Supply Chain & Logistics - Management Consultants - Logistics Bureau

บริษัทที่ปรึกษาและคู่สัญญาจ้างทั่วไปแตกต่างกันมาก คู่สัญญาจ้างทั่วไปมักเป็นคู่สัญญาชั่วคราว ซึ่งบริษัทจ้างมาช่วยเหลือธุรกิจในช่วงที่มีความต้องการจากลูกค้าเข้ามามากเป็นพิเศษ คู่สัญญาจ้างทั่วไปอาจเป็นผู้มีความสามารถ หรือความชำนาญเฉพาะด้าน และถูกจ้างเข้ามาเป็นรายบุคคล องค์กรของผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้บริหาร, ดูแล และกำหนดทิศทางการทำงานของคู่สัญญาจ้างทั่วไปเหมือนกับการบริหารพนักงานภายในองค์กร

บริษัทที่ปรึกษาแตกต่างจากคู่สัญญาจ้าง เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษามักเป็นผู้มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหา หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องและคล้ายคลึงกับเรื่องที่ท่านต้องการจะแก้ไข บริษัทที่ปรึกษามักจะถูกว่าจ้างเพื่อให้ทำงาน และส่งมอบผลงานที่เฉพาะเจาะจง โดยปกติบริษัทที่ปรึกษาจะมีวิธีการทำงานที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละโครงการ โดยที่ไม่เสียเวลามากในการลองผิดลองถูก นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษาจะมีทีมงานซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นบริษัทจึงจะสามารถเลือกใช้และจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมที่สุดเพื่อสนับสนุนความสำเร็จของแต่ละโครงการ

บริษัทที่ปรึกษาไม่ควรจะคล้อยตามความคิดเห็นของผู้ว่าจ้างอย่างง่ายดาย เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษามีหน้าที่ในการนำเสนอผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อลูกค้า ดังนั้นทีมที่ปรึกษาจึงควรมีความสามารถที่จะแสดงข้อคิดเห็นที่อาจไม่ตรงกับลูกค้าในเวลาที่จำเป็น

อัตราค่าจ้างของที่ปรึกษาต่างจากคู่สัญญาจ้างทั่วไปอย่างไร

ดังที่ได้กล่าวข้างต้น คู่สัญญาจ้างชั่วคราวเป็นเพียงแค่พนักงานที่ทำงานร่วมกับบริษัทของท่านเพียงชั่วขณะ อัตราค่าจ้างของคู่สัญญาจ้างชั่วคราวอาจมีราคาสูงกว่าพนักงานปกติไม่มากนัก ทั้งนี้ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ก็คือค่าดำเนินการและค่าความไม่สม่ำเสมอของงานที่จะเข้ามา โดยทั่วไปแล้วคู่สัญญาจ้างชั่วคราว จะมีราคาสูงกว่าพนักงานปกติ 20- 30%

สำหรับที่ปรึกษานั้นจะต้องมีความรับผิดชอบในการนำเสนอผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง และจะเป็นผู้ที่มีความสามารถและความชำนาญในหลายด้าน ทีมที่ปรึกษา จะมีหัวหน้าทีมซึ่งจะมีความอาวุโส มีความรู้ความสามารถ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูง ทีมที่ปรึกษาอาจจะมีการลงทุนในวิทยาการและเครื่องมืออำนวยการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งถ้ามองในแง่นี้แล้ว ที่ปรึกษามิได้ทำงานคล้ายคลึงกับพนักงานทั่วไป หรือคู่สัญญาจ้างชั่วคราว อัตราค่าจ้างจึงมีความแตกต่างกันด้วย

อุปมากับอุตสาหกรรมรถยนต์

ในการผลิดรถยนต์คันหนึ่ง บริษัทฟอร์ด หรือโตโยต้าใช้แรงงานคนประมาณสามสิบชั่วโมง หากพนักงานในส่วนของกระบวนการผลิตได้รับค่าจ้างชั่วโมงละสามสิบเหรียญ ราคาของรถควรจะเป็นเก้าร้อยบาทหรือไม่ ท่านพบว่าจริงๆแล้วไม่ใช่ เนื่องจากบริษัทจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายในส่วนของชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุ การจัดการ ค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี และอื่นๆ

ทำไมท่านจึงควรใช้ที่ปรึกษา

หากการใช้ที่ปรึกษาเป็นเรื่องใหม่สำหรับท่าน สิ่งต่างๆเหล่านี้คือประโยชน์ที่ท่านควรจะได้รับจากการใช้บริษัทที่ปรึกษา

  • บริษัทที่ปรึกษามีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ทีมที่ปรึกษาจะสามารถนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และท่านจะสามารถเห็นผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
  • บริษัทที่ปรึกษาจะมีวิธีปฏิบัตในการแก้ปัญหาที่ถูกพัฒนามาอย่างดีและมีความรู้ในเรื่องแนวทาง วิธีดำเนินการ และการใช้เครื่องมือในการแก้ปัญหา
  • บริษัทที่ปรึกษาจะทำงานโดยมีวัตถุประสงค์ที่แน่ชัด
  • ท่านจะได้ทีมที่ปรึกษาที่อุทิศเวลาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะแก้ปัญหาเฉพาะอย่าง ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรท่านอาจไม่มีเวลาติดตามดูเรื่องอย่างจริงจัง
  • ทีมที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจะมีความสามารถในการนำเสนอความคิดใหม่ที่หลากหลาย

บทบาทของแต่ละฝ่าย

จากประสบการณ์การทำงานมากกว่า 700 โครงการ ทีมที่ปรึกษาของโลจิสติกส์ บิวโรเคยทำงานกับองค์กรของลูกค้าหลากหลายรูปแบบ เราพบว่าความสัมพันธ์อันนำมาซึ่งความสำเร็จของโครงการมีลักษณะดังต่อไปนี้

บทบาทของลูกค้าในการทำงานร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา

  • องค์กรของลูกค้าควรมั่นใจว่าได้มีการตกลงถึงเป้าหมายและขอบเขตของโครงการอย่างชัดเจน
  • องค์กรของลูกค้าควรจะให้การสนับสนุนการทำงานของบริษัทที่ปรึกษา และแสดงให้พนักงานภายในองค์กรเห็นถึงการสนับสนุนการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาอย่างเต็มที่ ทั้งนี้
  • พนักงานอาวุโสภายในองค์กรของลูกค้าควรมีบทบาทในการแสดงให้พนักงานภายในองค์กรเห็น ถึงความสำคัญของผลสำเร็จของโครงการ

 

  • องค์กรของลูกค้าควรจะมีความเปิดเผยและจริงใจในการสื่อสารกับทีมที่ปรึกษาถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของทีมที่ปรึกษา
  • องค์กรของลูกค้าควรทำงานร่วมกับที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด องค์กรของลูกค้าอาจพบกับความผิดหวัง หากท่านเพียงแค่ส่งมอบโครงการให้กับบริษัทที่ปรึกษา และรอคอยผลลัพธ์หรือหนทางแก้ปัญหา โดยมิได้ให้ความร่วมมือใดๆ

บทบาทของที่ปรึกษา

  • ที่ปรึกษาควรมีความเคารพในความเป็นเจ้าของธุรกิจของลูกค้าและที่ปรึกษานั้นแท้จริงแล้วเป็นผู้แนะนำเท่านั้น ดังนั้นที่ปรึกษาจึงควรมองปัญหาต่างๆจากมุมมองของลูกค้า
  • ที่ปรึกษาควรให้การสนับสนุนลูกค้าเพื่อให้เกิดผลลัพท์ของการทำงานที่ดีที่สุด
  • ที่ปรึกษาไม่ควรมองปัญหาภายในกรอบเท่านั้น แต่ควรมีความสามารถที่จะคิดนอกกรอบและละเว้นข้อจำกัดต่างๆในเวลาที่สมควร
  • ที่ปรึกษาจะต้องสร้างผลลัพท์ที่มีผลดีต่อธุรกิจของลูกค้าทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
  • ที่ปรึกษาจะต้องไม่สัญญากับลูกค้าเกินจริงโดยไม่สามารถนำเสนอผลลัพท์ตามที่สัญญากับลูกค้าได้ ในทางตรงกันข้าม ที่ปรึกษาของพยายามนำเสนอผลงานให้ดีกว่าที่ได้สัญญากับลูกค้า
  • หากพบปัญหาใดๆในระหว่างดำเนินโปรเจคท์ ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบและดำเนินการแก้ปัญหาโดยทันที
  • สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลลัพท์ตามที่ได้ตกลงไว้กับลูกค้าตามเวลาที่กำหนุด ภายในงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยไม่ทำให้เกิดความขัดข้องต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้า

วิธีทำให้ได้ผลลัพท์ที่คุ้มค่าที่สุดจากงานปรึกษา

การทำงานร่วมกับที่ปรึกษาควรจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและคุ้มค่าต่อการลงทุนของท่าน ด้านล่างนี้เป็นเคล็ดลับความสำเร็จของโครงการและเคล็ดลับการทำให้ได้ผลลัพท์ที่คุ้มค่าที่สุดจากงานปรึกษา

  • มีความคาดหวังต่อผลลัพท์ของโครงการที่ชัดเจน การร่างผลลัพท์ของโครงการควรเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างท่านและที่ปรึกษาที่ท่านเลือก
  • มีความคาดหวัี้งต่อผลลัพท์ที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระยะเวลา
  • มีความเปิดเผยกับที่ปรึกษาถึงปัญหาที่ที่ปรึกษาอาจพบในระหว่างดำเนินโครงการ เช่นปัญหาเรื่องการขอข้อมูลจากบางแผนก หากผู้จัดการแผนกนั้นๆมีความไม่สบายใจที่จะแชร์ข้อมูลกับบุคคลภายนอก หรือปัญหาความเก่าของระบบไอทีซึ่งี่อาจทำให้การดึงข้อมูลจากระบบต้องใช้เวลานาน
  • มีเวลาให้กับทีมที่ปรึกษาในช่วงระยะที่สำคัญของโปรเจคท์เพื่อให้แน่ใจว่าโปรเจคท์ดำเนินไปตามที่ท่านคาดหวัง ท่านควรให้ความเห็นต่อผลงานและชี้แนะแนวทางให้กับที่ปรึกษา
  • เปิดใจรับฟังแนวทางใหม่ๆจากที่ปรึกษา ให้ความเห็นของท่านและพร้อมที่จะตัดสินใจตามที่ท่านเห็นควรเนื่องจากนี่คือธุรกิจของท่าน
  • มีความเชื่อมั่นในที่ปรึกษาโดยเฉพาะที่ปรึกษาระดับสูง และควรทำงานร่วมกันเสมือนเพื่อนร่วมงานในองค์กรเดียวกัน จะทำให้ความสัมพันธ์ในการทำงานมีความราบรื่น
  • หากเป็นการเลือกที่ปรึกษามาร่วมงานเป็นครั้งแรก โปรดหาข้อมูลอ้างอิง การหาข้อมูลอ้างอิงนั้นควรใส่ใจทั้งข้อมูลอ้างอิงถึงบริษัทและข้อมูลอ้างอิงถึงตัวบุคคล เนื่องจากแต่ละบริษัทมักมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลอยู่เรื่อยๆ การสอบถามเสียงสะท้อนจากผู้ที่เคยร่วมงานกับที่ปรึกษามาก่อน ็จะทำให้ท่านได้ข้อมูลในการช่วยตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น
  • สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับที่ปรึกษา หากที่ปรึกษาช่วยเพิ่มคุณค่าต่อธุรกิจของท่าน การทำงานร่วมกันของท่านกับที่ปรึกษาควรเป็นการทำงานร่วมกันระยะยาว

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากท่านเลือกที่ปรึกษาที่ไม่เหมาะสม

จากประสบการณ์การทำงานที่ปรึกษามามาเป็นระยะเวลานาน และผ่านงานปรึกษามาหลายร้อยโครงการ เราพบว่าอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้หลายอย่างตามที่เราจะยกตัวอย่างด้านล่างนี้ ที่โลจิสติกส์ บิวโร เราได้มีการพัฒนาวิธีการจัดการโครงเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจากด้านที่ปรึกษา

ที่ปรึกษาเข้ากันกับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ ทำให้พนักงานไม่พอใจ และทำใหเกิดความขัดข้องทางธุรกิจ

ปัจจัยที่สำคํญปัจจัยหนึ่งในการเลือกที่ปรึกษาคือความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กรของท่าน หากท่านมีความไมสบายใจหรือความไม่พอใจอันเนื่องมาจากที่ปรึกษาเฉพาะราย ควรแจ้งให้ที่ปรึกษาระดับอาวุโสทราบทันที

ท่านไม่ได้รับผลลัพท์ที่ท่านคาดหวัง

ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการอย่างสม่ำเสมอ และทบทวนความก้าวหน้าของโครงการในแต่ละระยะที่สำคัญ

ท่านได้ผลลัพท์ที่ขาดความเอาใจใส่และรายละเอียด

ก่อนการเซ็นต์สัญญา ขอข้อมูลอ้างอิงจากที่ปรึกษา ข้อมูลอ้างอิงควรมาจากลูกค้าเก่าของที่ปรึกษา ที่เคยทำโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโครงการที่ท่านกำลังจะดำเนินการ ทั้งนี้จะต้องเคารพการรักษาข้อมูลความลับของลูกค้าของที่ปรึกษาด้วย

ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจากด้านลูกค้า

ผู้บริหารบางแผนกดูเสมือนว่าจะทำให้โครงการล่าช้า

สื่อสารจุดประสงค์ของโครงการให้ละเอียดกับพนักงานภายในองค์กร (ถ้าหากไม่ใช่โครงการที่เป็นความลับสูง) และเน้นย้ำกับผู้บริหารถึงระดับของความสนับสนุนที่ต้องการ

ข้อมูลที่สำคัญ

ให้มีการประชุมกันระหว่างที่ปรึกษากับพนักงานที่ทราบดีเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลของบริษัท ที่ปรึกษาควรอธิบายถึงข้อมูลที่ต้องการก่อนการเริ่มโครงการ ทางบริษัทควรเปิดเผลถึงความเป็นไปได้ในการเก็บข้อมูลเหล่านี้ อธิบายให้ที่ปรึกษาทราบถึงความยากง่ายในการเข้าถึงข้อมูล และให้คำแนะนำถึงวิธีเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม

ขาดการประสานงานและทำงานร่วมกัน

บริษัทควรแจ้งความคืบหน้าของโครงการให้พนักงานบริหารระดับสูงทราบเป็นระยะ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการนำเสนอเสียงสะท้อน ผลตอบรับ และแนวทางการดำเนินโครงการ (ยกตัวอย่างเช่น หากในระยะสุดท้ายของการออกแบบคลังสินค้า ผู้บริหารระดับสูงเสนอความเห็นว่าการเจริญเติบโตของธุรกิจควรจะเป็น 5% ไม่ใช่ 10% ตามที่ที่ปรึกษาสรุปไว้ในระยะแรกของโครงการ จะทำให้ต้องมีการทบทวนผลของโครงการใหม่ และทำงานซ้ำเป็นจำนวนมาก ปัญหานี้อาจหลีกเลี่ยงได้โดยการทำงานร่วมกัน และให้ความเอาใจใส่ต่อผลที่ที่ปรึกษานำเสนอในแต่ละระยะของโครงการ)

เราหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่าน หากท่านมีคำถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ คุณ ร็อบ โอไบรน์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ บิวโรได้ที่ +61 417 417 307 หรือ อีเมล

Share This