คลังข่าวสาร

2 Feb 2009 “โรเบิร์ต โอไบร์น” ลอจิสติกส์ บูโร แนะบริหารซัพพลายเชนลดต้นทุนเพิ่มยอดขาย

คุณร็อบ โอไบร์น กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทลอจิสติสก์ บูโร ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ตีพิมพ์ฉบับวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2009

Rob O'byrne

คำแนะนำที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนภายในองค์กรเป็นสิ่งที่ผู้ ประกอบการธุรกิจหลายคน คงอยากได้ยินในเวลานี้ ดังนั้นในโอกาสที่บริษัท โลจิสติกส์ บูโร (เอเซีย) จำกัด ที่ปรึกษาทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน จัดงานสัมมนาเรื่อง “ฝ่าพายุเศรษฐกิจด้วยซัพพลายเชน หรือ Riding out the Storm” ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล นายโรเบิร์ต โอไบร์น กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ บูโร ได้บินตรงจากประเทศออสเตรเลียมาแนะนำ หลักการและแผนสำหรับการบริหารซัพพลายเชนเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่ม ยอดขายของแต่ละบริษัทในการรับมือภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชาติธุรกิจได้นำบางส่วนของการสัมมนาพร้อมการสัมภาษณ์พิเศษเพิ่ม เติมมาให้ได้ติดตามกัน

– วิกฤตเศรษฐกิจจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ กี่ปีจะฟื้นตัว

ค่อน ข้างยากที่จะให้ความคิดเห็น เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นค่อนข้างแตกต่างกันในแต่ละประเทศ อย่างประเทศใน ภูมิภาคเอเชียเคยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใน ปี 2540 ทำให้ระบบธนาคารพาณิชย์มีความแข็งแรงมากกว่าประเทศในภูมิภาคอื่น ดังนั้นวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นครั้งนี้ผลกระทบอาจจะไม่รุนแรงเท่ากับใน สหรัฐอเมริกา คิดว่าปี 2552 ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว แต่ถ้าจะให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมาเท่าเดิมน่าจะใช้เวลา อย่างน้อย 5 ปี

– ใช้โลจิสติกส์และซัพพลายเชนรับมืออย่างไร

ประเทศ ไทยมีเศรษฐกิจภายในประเทศน่าจะแข็งแรงอยู่ แม้ว่าการส่งออกจะลดลง ส่วนต่างที่ทำให้เกิดผลกำไรน้อยลง โดยการดำเนินธุรกิจต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับปัญหาในหลายๆ ด้าน ไม่ใช่รอรับปัญหาอย่างเดียว

ยกตัวอย่างประเทศไทยมีการส่งออกลดลง ขณะเดียวกันประเทศที่เราเคยส่งสินค้าไปขายอาจเริ่มคิดว่าจะเริ่มซื้อสินค้า ที่ผลิตได้ภายในประเทศ เพราะสินค้าที่ส่งมาขายมีราคาแพง แต่ขณะเดียวกันไม่มีทางเลือกมาก เพราะไม่มีการผลิตภายในประเทศ สิ่งที่เราต้องทำคือรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันให้ได้ เพราะถ้าเรามีความสามารถในการแข่งขัน ไทยก็ยังสามารถรับมือกับเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้

– คำแนะนำธุรกิจขนาดกลาง-เล็กในการรับมือวิกฤต

ภาพรวม ให้สร้างความสมดุลระหว่างการลดต้นทุน และบริการที่จะให้กับลูกค้า ถ้าพิจารณาลงรายละเอียดมีคำแนะนำ 4 ประการได้แก่ 1.ควรจะมีการวัด ประสิทธิภาพของซัพพลายเออร์และมีการจัดการ เนื่องจากซัพพลายเออร์เป็นจุดเริ่มต้นของซัพพลายเชน และส่งผลกระทบเมื่อสิ้นสุดซัพพลายเชน เช่น วัดประสิทธิภาพตั้งแต่การส่งวัตถุดิบตรงเวลาและครบตามจำนวนหรือไม่ บางครั้งคิดว่าซัพพลายเออร์จะมาส่งแต่กลับไม่มา ไม่มีวัตถุดิบผลิตขาย หรือมาส่งเร็วเกินไป อาจไม่มีที่เก็บ หรือต้องสต๊อกสินค้านานขึ้น

2. ประวัติการสั่งสินค้าจากลูกค้า ถ้าเราพิจารณาประวัติการสั่งสินค้าของลูกค้าจะทำให้ทราบว่า ลูกค้ากลุ่มใดทำให้เกิดต้นทุนที่สูงของบริษัท โดยลูกค้ามีหลายแบบ พอตรวจสอบแล้วจะได้จัดการกับพฤติกรรมของลูกค้าหรือผู้บริโภคกลุ่มนั้นๆ

3. การวางผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใน ท้องตลาด ต้องมีตลอดเวลา หาซื้อได้ง่าย อย่าปล่อยให้สินค้าขาดตลาด เพราะบางครั้งลูกค้าไม่สามารถหาซื้อสินค้าได้ มีผลการวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า ทุกๆ 3% ที่นำสินค้าไปอุดช่องสินค้าที่ขาดหายไปจากท้องตลาด จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 1%

ดังนั้นถ้าปรับปรุงตรงนี้ได้จะได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันต้องจัดการลดความ หลากหลายของผลิตภัณฑ์ลงบ้าง เพราะมากเกินไปทำให้ดูแลจัดการได้ไม่ทั่วถึง ไม่รู้ผลิตภัณฑ์ตัวใดทำกำไรหรือขาดทุน

4.ประสิทธิภาพการขนส่ง ต้องใช้สินทรัพย์ด้านการขนส่งที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ หากว่าจ้างผู้ขนส่งต้องพิจารณาสัญญาว่าจ้าง ซึ่งจะมีการระบุโครงสร้างราคา ต้องแน่ใจว่า จะทำให้เกิดพฤติกรรมที่ใช้การขนส่งได้มีประสิทธิภาพ บางครั้งตัวโครงสร้างราคาไปสนับสนุนพฤติกรรมที่ทำให้โครงสร้างราคาแพงขึ้น เช่น จ่ายค่ารถเป็นคัน ออก 1 คัน จ่ายกี่บาท แต่รถที่วิ่งออกไป 1 คันนั้น หากบรรทุกของไม่เต็มคันรถจะทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น ถือว่าโครงสร้างราคาส่งผลให้เกิดพฤติกรรมอีกแบบ

– ปัญหาสินค้าคงคลังมากไป-ส่งมอบล่าช้า-ต้นทุนค่าขนส่งสูงแก้อย่างไร

1) ปัญหาเรื่องสินค้าคงคลังที่สูงควรจะมีการปรับปรุงระบบการวางแผนการขาย และการปฏิบัติการ (sales and operations planning : S&OP) ในหลายๆ แผนกในบริษัท ทุกคนต้องประชุมประสานงานกัน เพื่อจุดมุ่งหมายในการลดสินค้าคงคลัง บางฝ่ายจะไม่เข้าใจ เพราะมี จุดมุ่งหมายทางด้านอื่น

2) ปัญหาการส่งมอบล่าช้า ควรมีการจัดการในเรื่องบริการการส่งมอบให้ เหมาะสมกับลูกค้า เช่น ลูกค้ากลุ่มหนึ่ง อาจต้องบริการให้เร็ว ขณะที่ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งบริการช้าได้ แต่ถ้าไม่จัดการแยกกลุ่มลูกค้าให้เหมาะสม เราอาจจะส่งสินค้าเร็วให้ลูกค้าที่ส่งช้าได้ แต่ไปส่งช้าให้ลูกค้าที่ต้องการเร็ว

3) ปัญหาต้นทุนค่าขนส่งสูง ถ้าใช้รถบรรทุกภายในของบริษัทต้องใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยให้มีดัชนีวัดประสิทธิภาพที่เหมาะสม และถ้าใช้ผู้ประกอบการภาย นอกมาช่วยขนส่งต้องดูโครงสร้างราคาตามที่กล่าวมาแล้ว และต้องมีตัวดัชนีวัด ประสิทธิภาพที่เหมาะสมทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย เราดีขึ้น เจ้าของรถดีขึ้นด้วยบางทีผู้ประกอบการรถขนส่งเห็นว่าปรับปรุงแล้วไม่ได้อะไร ก็ไม่สนใจ

– การจ้างที่ปรึกษาดีอย่างไร

บริษัทจะใช้บริการ ที่ปรึกษา 1.ไม่มีหรือทรัพยากรเพียงพอ 2.ไม่มีระดับของความเชี่ยวชาญที่ที่ปรึกษามี 3.ต้องการความคิดเห็นจากบุคคลภายนอก เพราะคนภายในอาจมองมุมเดิม ในขณะที่อีกหลายบริษัทไม่ต้องการใช้ที่ปรึกษา ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเลือกที่ปรึกษาที่ดีและเหมาะสมกับปัญหา

การ มีที่ปรึกษาเข้าไปช่วยเหมือนกับการมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญภายในองค์กร เพิ่มขึ้น ที่ปรึกษาที่ดีควรสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน สามารถพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้

การจ้าง ที่ปรึกษาภายนอกเหมือนเป็นวิธีลัดในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับความกังวลเรื่องความลับภายในองค์กร ที่ปรึกษาทำงานเหมือนกับบริษัทกฎหมาย ความลับของลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จะมีการเซ็นสัญญาอย่างชัดเจน การหาที่ปรึกษาที่ดีเหมือนกับการหาหมอที่ดี ที่ปรึกษาที่ดีจะรับฟัง เข้าใจปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะไว้ใจกัน และทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า

– การขนส่งที่ดีควรทำเองหรือว่าจ้าง

สำหรับ บางบริษัท บางอุตสาหกรรม การว่าจ้างบริษัทภายนอกก็เหมาะกว่า แต่บางอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับความสามารถภายในองค์กร มีหลายปัจจัย ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ทั้งมีรถขนส่งเอง และว่าจ้างบริษัทภายนอก ถ้าเกิดลูกค้าต้องการให้เราพิจารณาว่า ควรว่าจ้างหรือทำเอง ต้องขอเวลาศึกษา 1-2 วัน เพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้น

– คาดการณ์การขยายตัวของโลจิสติกส์ บูโรปีนี้

ภาวะ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวไม่มีผลกระทบต่อบริษัทเรา เนื่องจากธุรกิจเราโฟกัสที่ลูกค้า และผลที่ได้รับจากการใช้บริการ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจดีลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการควบรวม กิจการ การเจริญเติบโต การพัฒนาซัพพลายเชน การวางกลยุทธ์ แต่พอเศรษฐกิจไม่ดีเน้นไปที่การลดต้นทุน เราไม่ได้ต้องการโตเร็ว บางจุดเราเลือกลูกค้าที่มาใช้บริการ เราต้องโฟกัสที่คุณภาพของงาน ที่จะไปเพิ่มคุณค่า ทำประโยชน์ให้กับลูกค้าจริงๆ เพราะฉะนั้นไม่อยู่ในส่วนงานที่เราถนัด เราก็คงจะปฏิเสธ เรื่องคุณภาพส่งผลกระทบต่อบริษัทมากด้วยพื้นฐานของงาน

– กลยุทธ์การทำตลาดในภูมิภาคของโลจิสติกส์ บูโรปีนี้

อาจจะมีสำนักงานออฟฟิศเพิ่มที่จีนตอนใต้ เวียดนาม ปีนี้เราจะโฟกัสที่ธุรกิจในภูมิภาคนี้มากเพื่อขยายฐานลูกค้า

– ทิศทางการพัฒนาโลจิสติกส์ของโลก

ต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ตลาดเปลี่ยน ถ้าอะไรเปลี่ยนเราต้อง พร้อมจะเปลี่ยน

จาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

โปรดเยี่ยมชมรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับลอจิสติกส์ บูโร บริษัทที่ปรึกษาด้านลอจิสติกส์และซัพพลายเชน

Share This